สำหรับใครที่ต้องการเงินสดด่วนแล้วคิดถึงรถยนต์ที่มีอยู่เป็นทางออก แต่พอค้นหาข้อมูลกลับเจอสองตัวเลือกที่ดูคล้ายกันแต่ต่างกัน คือ จำนำรถยนต์แบบจอดทิ้งไว้กับแบบที่ยังขับใช้ได้ต่อ ไม่รู้ว่าแต่ละแบบขั้นตอนเป็นยังไง ดอกเบี้ยต่างกันไหม วงเงินได้เท่าไหร่ และแบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ของตัวเอง คำถามเหล่านี้สำคัญมากก่อนตัดสินใจ เพราะผิดพลาดอาจเสียทั้งเงินและรถได้ มาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนทุกด้าน ติดตามกันได้เลยครับ

ความแตกต่างหลักระหว่างสองประเภท

จำนำรถยนต์มีสองรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่สิทธิการใช้รถ วงเงินที่ได้ อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขสัญญา ต้องเข้าใจความแตกต่างก่อนถึงจะเลือกได้ถูกต้อง

จำนำรถแบบต้องจอด คือการนำรถไปไว้กับผู้รับจำนำตลอดระยะเวลาสัญญา เจ้าของรถไม่สามารถใช้รถได้จนกว่าจะไถ่คืน รถถูกนำไปจอดที่ลานจอดหรือโกดังของบริษัท กุญแจและเล่มทะเบียนอยู่ที่ผู้รับจำนำทั้งหมด ได้รับเงินสูงกว่าและดอกเบี้ยต่ำกว่าเพราะความเสี่ยงของผู้ให้กู้ต่ำกว่า

จำนำรถแบบไม่ต้องจอด หรือที่เรียกว่าสินเชื่อรถแลกเงิน รถติดไฟแนนซ์ หรือจำนำโดยใช้เล่มทะเบียนค้ำประกัน เจ้าของรถยังขับใช้รถได้ต่อไปตามปกติ ผู้ให้กู้ถือเอกสารสิทธิ์รถไว้เป็นหลักประกัน แต่ตัวรถยังอยู่กับเจ้าของ วงเงินที่ได้ต่ำกว่าเพราะผู้ให้กู้รับความเสี่ยงสูงกว่า และดอกเบี้ยสูงกว่าแบบจอด

วงเงินที่ได้รับแต่ละแบบ

วงเงินที่ได้รับขึ้นกับมูลค่าตลาดของรถและประเภทที่เลือก

สำหรับจำนำรถแบบจอด โดยทั่วไปได้รับวงเงินประมาณ 70-85% ของมูลค่าตลาดรถ เพราะผู้รับจำนำมีรถอยู่ในมือ ถ้าผิดนัดสามารถนำรถออกขายได้ทันที ความเสี่ยงต่ำจึงให้วงเงินสูงกว่า

สำหรับสินเชื่อรถแบบไม่ต้องจอด วงเงินที่ได้รับประมาณ 50-70% ของมูลค่าตลาดรถ บางบริษัทอาจให้ต่ำกว่านั้นถ้ารถมีอายุมากหรือสภาพไม่ดี เนื่องจากผู้ให้กู้ไม่ได้ถือรถไว้ในมือ ถ้าผิดนัดต้องดำเนินการทางกฎหมายซึ่งใช้เวลานานกว่า

อัตราดอกเบี้ยของแต่ละประเภท

ดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องเปรียบเทียบอย่างละเอียด เพราะส่งผลต่อภาระรายเดือนและต้นทุนรวมอย่างมาก

จำนำรถแบบจอดที่โรงรับจำนำถูกกฎหมาย มีเพดานดอกเบี้ยตามกฎหมายที่กำกับดูแลโดยกรมการปกครอง อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1-2% ต่อเดือน ขึ้นกับวงเงินและระยะเวลา ถ้ากู้ 100,000 บาทเสียดอกเบี้ย 1,000-2,000 บาทต่อเดือน ถือว่าต่ำกว่าแหล่งอื่นมาก

บริษัทสินเชื่อรถแลกเงินที่จดทะเบียนถูกต้อง อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2-3% ต่อเดือน หรือ 24-36% ต่อปี ถ้ากู้ 100,000 บาท เสียดอกเบี้ย 2,000-3,000 บาทต่อเดือน สูงกว่าโรงรับจำนำแต่ยังขับรถใช้ได้

นายทุนนอกระบบที่ไม่มีใบอนุญาต ดอกเบี้ยอาจสูงถึง 5-10% ต่อเดือน หรือมากกว่านั้น เป็นอัตราที่ผิดกฎหมายและเสี่ยงมาก ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด

ขั้นตอนจำนำรถแบบจอด

  • ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบเอกสาร เตรียมเล่มทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และถ้ามีหนังสือสัญญาซื้อขายรถก็ยิ่งดี บางโรงรับจำนำอาจขอเอกสารเพิ่มเติมตามนโยบายของตัวเอง
  • ขั้นตอนที่ 2 นำรถไปประเมินราคา นำรถไปที่โรงรับจำนำหรือบริษัท เจ้าหน้าที่จะตรวจสภาพรถ ดูไมล์ ตรวจสอบเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ให้ตรงกับเอกสาร ประเมินมูลค่าตลาดและเสนอวงเงิน
  • ขั้นตอนที่ 3 ตกลงเงื่อนไขและเซ็นสัญญา ถ้าตกลงวงเงินและดอกเบี้ยได้ อ่านสัญญาให้ครบทุกข้อก่อนเซ็น ดูเงื่อนไขไถ่คืน ค่าปรับถ้าผิดนัด และระยะเวลาสูงสุดที่ไถ่คืนได้
  • ขั้นตอนที่ 4 รับเงินและส่งมอบรถ หลังเซ็นสัญญารับเงินสดหรือโอนเงิน ส่งมอบรถพร้อมกุญแจและเล่มทะเบียนให้ผู้รับจำนำ ถ่ายรูปสภาพรถก่อนส่งมอบเสมอ
  • ขั้นตอนที่ 5 ชำระดอกเบี้ยรายเดือนและไถ่คืน จ่ายดอกเบี้ยตามกำหนด เมื่อพร้อมนำเงินต้นมาคืนพร้อมดอกเบี้ยที่เหลือ รับรถและเอกสารคืน

ขั้นตอนสินเชื่อรถแบบไม่ต้องจอด

  • ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเอกสาร เล่มทะเบียนรถ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบขับขี่ สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานรายได้ และรูปถ่ายรถในมุมต่างๆ บางบริษัทต้องการเอกสารมากกว่านี้
  • ขั้นตอนที่ 2 ยื่นขอสินเชื่อและประเมินรถ ยื่นเอกสารกับบริษัทสินเชื่อ เจ้าหน้าที่จะนัดมาดูรถและตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน บางบริษัทส่งเจ้าหน้าที่มาถึงบ้านหรือที่ทำงาน
  • ขั้นตอนที่ 3 พิจารณาสินเชื่อ บริษัทตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ ประวัติเครดิตบูโร มูลค่ารถ และความเสี่ยงโดยรวม อาจใช้เวลา 1-3 วันทำการ
  • ขั้นตอนที่ 4 เซ็นสัญญาและรับเงิน ถ้าได้รับอนุมัติ เซ็นสัญญากู้ยืมและสัญญาจำนำทะเบียนรถ บริษัทเก็บเล่มทะเบียนไว้เป็นหลักประกัน รับเงินสดหรือโอนเงิน รถยังอยู่กับเจ้าของ
  • ขั้นตอนที่ 5 ชำระรายเดือนตามกำหนด ชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยรายเดือนตามงวดที่ตกลงไว้ เมื่อชำระครบจะได้เล่มทะเบียนคืน

ข้อดีและข้อเสียของแต่ละแบบ

จำนำรถแบบจอด ข้อดี ดอกเบี้ยต่ำกว่า วงเงินสูงกว่า ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ถ้าใช้โรงรับจำนำที่ถูกกฎหมายมีความชัดเจนและโปร่งใส ข้อเสีย ไม่มีรถใช้ตลอดระยะเวลาจำนำ ต้องหาวิธีเดินทางอื่น รถอาจเสื่อมสภาพถ้าจอดนานโดยไม่มีการดูแล

สินเชื่อรถแบบไม่ต้องจอด ข้อดี ยังขับรถได้ตามปกติ ชีวิตประจำวันไม่เปลี่ยนแปลง สะดวกกว่ามากสำหรับคนที่ใช้รถประจำ ข้อเสีย ดอกเบี้ยสูงกว่า วงเงินต่ำกว่า ขั้นตอนอนุมัติซับซ้อนกว่า บางบริษัทมีเงื่อนไขที่ต้องระวัง ถ้าผิดนัดอาจมีคนมายึดรถโดยไม่ทันตั้งตัว

สิ่งที่ต้องระวังทั้งสองแบบ

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน มีสิ่งที่ต้องระวังร่วมกัน ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจของผู้ให้กู้ว่าถูกกฎหมาย อ่านสัญญาให้ครบและเข้าใจทุกข้อก่อนเซ็น ระวังค่าธรรมเนียมแอบแฝงที่ไม่บอกล่วงหน้า มีแผนชำระคืนที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจกู้ และหลีกเลี่ยงนายทุนนอกระบบที่ไม่มีสถานที่ชัดเจนหรือไม่ยอมทำสัญญา

สรุป

จำนำรถยนต์มีสองแบบหลักที่แตกต่างกันชัดเจน แบบจอดทิ้งไว้ให้วงเงิน 70-85% ดอกเบี้ย 1-2% ต่อเดือน แต่ไม่มีรถใช้ตลอดระยะเวลาจำนำ แบบไม่ต้องจอดยังขับรถได้ต่อ แต่วงเงินต่ำกว่าที่ 50-70% และดอกเบี้ยสูงกว่าที่ 2-3% ต่อเดือน ขั้นตอนแบบจอดเริ่มจากเตรียมเอกสาร ประเมินรถ เซ็นสัญญา ส่งมอบรถ ชำระดอกเบี้ยรายเดือน และไถ่คืน แบบไม่จอดมีขั้นตอนตรวจสอบเครดิตเพิ่มเติมและใช้เวลาอนุมัตินานกว่า เลือกแบบจอดถ้ามีรถสำรองและต้องการดอกเบี้ยต่ำ เลือกแบบไม่จอดถ้ายังต้องใช้รถในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้กู้ อ่านสัญญาให้ครบ และมีแผนชำระคืนที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจทุกครั้ง